การผ่าตัดกระชับหน้าท้อง

หัตถการผ่าตัด

เพื่อให้หน้าท้องเรียบเนียนขึ้น ศัลยแพทย์จะทำการผ่าท้องน้อยที่บริเวณหัวหน่าว จากสะโพกด้านหนึ่ง ไปยังอีกด้านหนึ่ง และบางครั้งอาจผ่าจากสะดือลงไป จากนั้นผิวหนังส่วนเกินจะถูกดึงขึ้น และตัดออก โดยสะดือจะยังคงสภาพสมบูรณ์ และติดกับผนังหน้าท้อง ดังนั้นศัลยแพทย์จะต้องทำช่องเปิดใหม่ที่ได้สัดส่วนกับท้องใหม่ หากพบว่าผู้ป่วยมีผิวหนังหย่อนคล้อยและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่บริเวณใต้สะดือเท่านั้น ขั้นตอนที่ใช้จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งโดยปกติแล้วจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีขนาดเล็กกว่า และอาจไม่มีรอยแผลเป็นรอบสะดือเลย

การผ่าตัดกระชับหน้าท้อง สามารถใช้ร่วมกับการดูดไขมัน เพื่อช่วยลดการสะสมของไขมัน ผู้ป่วยที่เป็น โรคอ้วน หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อยมากเกินไป อาจต้องได้รับการผ่าตัดผิวหนังส่วนเกิน ออกด้วย โดยหัตถการนี้จะช่วยกระชับผิวหน้าท้องที่หย่อนคล้อยและซ่อมแซมกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องที่อ่อนแอ

พักรักษาตัวในโรงพยาบาล

3 คืน

ระยะเวลาการผ่าตัด

4 - 6 ชั่วโมง

ยาชา / ยาสลบ

การให้ยาระงับความรู้สึกแบบทั่วตัว

การดูแลก่อนการผ่าตัด

ก่อนการผ่าตัด โปรดแจ้งให้ศัลยแพทย์ของคุณทราบถึงอาการแพ้ โรคประจำตัว และยาที่กำลังใช้ (ทั้งที่ต้องมีและไม่มีใบสั่งยา)
เพื่อลดโอกาสในการมีเลือดออกหลังการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน และยาที่มีแอสไพรินหรือบรูเฟนเป็นเวลาสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
ไม่ควรสูบบุหรี่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากการสูบบุหรี่อาจส่งผลต่อ ปฏิกิริยาต่อยาชา และทำให้หายช้าลง
ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงต้องแจ้งศัลยแพทย์ก่อนการผ่าตัด

ราคา

เริ่มต้นที่ 117,000 บาท จองเลย
การผ่าตัดกระชับหน้าท้อง

การดูแลหลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัด จะต้องนอนอยู่บนเตียงประมาณ 3 วัน ในขณะที่อยู่บนเตียงนั้นจะได้รับคำแนะนำให้นอนงอขา เพื่อช่วยลดความตึงที่บริเวณหน้าท้อง โดยอาจมีการพันผ้าพันแผลที่หน้าท้องและอาจพบว่ามีความตึงทั่วบริเวณ หน้าท้อง นอกจากนี้จะต้องสวมชุดพยุงหลังผ่าตัดเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อพยุงบริเวณที่ผ่าตัดยกกระชับ และอาจไม่สามารถยืนตรงได้ในบางครั้ง เนื่องจากความตึง แต่จะต้องเริ่มเดินเป็นช่วงสั้น ๆ โดยเร็วที่สุดหลังการ ผ่าตัด เพื่อช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้เป็นปกติ สามารถตัดไหมที่ใช้เย็บแผลบริเวณผิวหลังจากผ่านไปได้ประมาณ 5 วัน และอาจปล่อยไหมที่เย็บในชั้นที่ลึกลงไปนานถึง 7 วันก่อนที่จะตัดออก

ศัลยแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำและการเปลี่ยนชุด เนื่องจากหลังการผ่าตัดจะมีอาการบวม และมี รอยช้ำ ซึ่งระดับของการบวม และฟกช้ำจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน สิ่งสำคัญคือไม่ควรทำกิจกรรมที่ต้อง ออกแรงมากหลังการผ่าตัด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลตึงโดยไม่จำเป็น เนื่องจากอาจทำให้แผลผ่าตัดยืดออก และทำให้เกิดแผลเป็นมากขึ้น และศัลยแพทย์จะเป็นผู้แจ้งว่าจะะกลับไปทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้เมื่อใด

ระยะเวลาการพักฟื้นโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ แม้ว่าจะยังคงมีอาการบวม และฟกช้ำอยู่บ้าง แต่ผู้ป่วย ส่วนใหญ่มักพึงพอใจกับผลลัพธ์ และกลับไปทำงานได้หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรปรึกษา ศัลยแพทย์ว่าจะกลับไปทำงานได้เมื่อใด

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

หัตถการผ่าตัดทุกประเภทต่างก็มีความเสี่ยง ความเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ อาการบวม รอยช้ำ เลือดออก การติดเชื้อ ของเหลว มีแผลเป็น อาการชา หรือการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ อาการเหล่านี้จะดีขึ้นหลังจากความเสียหายของเส้นประสาทได้ซ่อมแซมตัวเองแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 12 เดือน ความเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดในการผ่าตัดนี้คือ การเกิดแผลเป็นที่ยาวและเห็นได้ชัด เนื่องจากหัตถการนี้ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงอาจเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดได้ ดังนั้นเราจึงใช้มาตรการป้องกันทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้ หลังจากที่หายดีแล้ว อาจจะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มักทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ผิวหนังยืดออกและเพิ่มความเป็นไปได้ ที่จะเกิดแผลเป็นถาวรที่เห็นได้ชัดเจน ในกรณีส่วนใหญ่ การผ่าตัดกระชับหน้าท้องจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม และหากคุณรับประทานอาหารที่สมดุลและออกกำลังกายเป็นประจำ คุณจะได้รับผลลัพธ์ ที่ยั่งยืน